ตัวกระตุ้นปฏิกิริยาคอมโพสิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและก็อัลตราซาวด์ขจัดมลพิษจากน้ำ

น้ำเสียรวมทั้งน้ำเสียที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สถานประกอบการอุตสาหกรรมอะไรก็แล้วแต่ชอบมีสารมลภาวะเยอะแยะแล้วก็ฮอร์โมนสภาพแวดล้อม (สารก่อมะเร็งต่อมไร้ท่อเนื่องมาจากฮอร์โมนสิ่งแวดล้อมไม่เสื่อมสภาพได้ง่ายพวกเขาสามารถมีผลเสียแง่ลบที่สำคัญไม่เพียงต่อสิ่งแวดล้อม แต่ว่ายังต่อสถาพทางร่างกายมนุษย์ด้วย เพื่อคุ้มครองป้องกันสิ่งนี้จำเป็นที่จะต้องใช้แนวทางกำจัดฮอร์โมนสภาพแวดล้อม

ประสิทธิภาพของตัวเร่งปฏิกิริยาที่กำลังใช้สำหรับในการประเมินผลน้ำเสียรวมทั้งน้ำเสียลดลงอย่างเป็นจริงเป็นจังกับเวลา เพราะว่าคุณภาพสูงเป็นการยากที่จะบรรลุตามเงื่อนไขข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของแนวทางการที่มีอยู่เป็นค่าใช้จ่ายสูง นอกนั้นงานค้นคว้าวิจัยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาจำนวนมากเน้นไปที่การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาสารโดดเดี่ยวแล้วก็การเพิ่มสมรรถนะการทำงาน มีการศึกษาค้นคว้าเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาทุ่งนาโนคอมโพสิตที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมที่สามารถกำจัดฮอร์โมนสภาพแวดล้อมจากน้ำเสียแล้วก็น้ำเสีย

ทีมงานนักวิจัย KIST นำโดยดร. แจวูชอยและดร. ยองวอนจุใช้ biochar ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วก็ผลิตจากผลประโยชน์จากการเกษตรเพื่อพัฒนากระบวนการบำบัดน้ำเสียที่ขจัดมลภาวะและก็ฮอร์โมนสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพทีมใช้เปลือกข้าวซึ่งถูกทิ้งในระหว่างการเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อสร้าง biochar ** ที่ทั้งที่ยังไม่ตายมิตรกับสภาพแวดล้อมและก็ออม พื้นผิวของ biochar ถูกเคลือบด้วยแมงกานีสไดออกไซด์ขนาดท้องนาโนเพื่อสร้างนาโนคอมโพสิต คุณภาพสูงและเงินลงทุนต่ำของตัวเร่งปฏิกิริยา biochar-nanocomposite ขึ้นกับการรวมข้อดีของ biochar และแมงกานีสไดออกไซด์

ทีม KIST ใช้กรรมวิธีไฮโดรเทอร์มอซึ่งเป็นการสังเคราะห์แร่ชนิดหนึ่งที่ใช้ความร้อนและก็แรงดันสูงเมื่อทำการสังเคราะห์นาโนคอมโพสิตเพื่อก่อร่างสร้างตัวรีบปฏิกิริยาที่ใช้งานได้ง่ายเลียนแบบได้ง่ายรวมทั้งเสถียร ได้รับการยืนยันว่าการให้ตัวกระตุ้นปฏิกิริยามีโครงสร้างแบบแบ่งชั้นสามมิติทำให้คุณภาพสูงของแนวทางการออกซิเดชั่นขั้นสูง (AOP) เพราะว่าพื้นที่ผิวขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้น

เมื่อใช้ภายใต้สภาพการณ์เดียวกับที่ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีอยู่สามารถกำจัด Bisphenol A (BPA) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสภาพแวดล้อมเพียงแต่ 80 เปอร์เซ็นต์ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ปรับปรุงโดยกลุ่ม KIST นั้นถูกลบออกไปกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ในเวลาน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อรวมกับอัลตร้าซาวด์ (20kHz) ได้รับการยืนยันว่ามีการลบร่องรอยของ BPA ทั้งหมดทั้งปวงในเวลาน้อยกว่า 20 นาทีหากแม้ภายหลังจากการทดสอบซ้ำหลายคราอัตราการกำจัดBPA ยังคงอยู่ที่ราว 93 เปอร์เซ็นต์